ปวดข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง อย่ามองข้าม รู้จัก "โรค De Quervain" และทางออกใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัด

 



ปวดข้อมือฝั่งโคนนิ้วโป้งจนหยิบของไม่ไหว… หลายคนคิดว่า "แค่เคล็ดขัดยอก ประคบเย็นเดี๋ยวก็หาย"

แต่ถ้าปวดมาเป็นเดือน กดเจ็บตรงข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง บิดผ้าไม่ได้ อุ้มลูกแล้วร้องลั่น เปิดขวดน้ำก็ปวดจี๊ดไปถึงปลายแขน อาการแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องเล็กครับ

มันคือโรคที่หมอเจอบ่อยมากในคลินิก ชื่อว่า "โรค De Quervain (เดอเกอร์แวง)" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "นิ้วล็อกของข้อมือ" เกิดจากเส้นเอ็นที่ควบคุมนิ้วโป้งถูกบีบรัดในอุโมงค์เล็ก ๆ บริเวณข้อมือ จนอักเสบบวม ขยับทีไรเจ็บจี๊ด

โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 4 เท่า โดยเฉพาะคุณแม่หลังคลอดที่อุ้มลูกบ่อย คนทำงานคอมพิวเตอร์ ช่างฝีมือ พ่อครัวแม่ครัว และคนที่เล่นโทรศัพท์มือนานเกินไป

ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และวันนี้มีเทคนิคใหม่ที่หมอใช้อยู่ในคลินิก เรียกว่า "Ultrasound-guided percutaneous needle release" ใช้แค่เข็มเล็ก ๆ ปล่อยเส้นเอ็นที่ถูกรัด ไม่ต้องลงมีด ไม่ต้องเย็บ ฟื้นตัวเร็ว กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าอาการของเราคือ De Quervain จริง ๆ วันไหนที่ควรไปหาหมอ และทำไมเทคนิคเข็มภายใต้อัลตราซาวด์ถึงปลอดภัยกว่าผ่าเปิดแบบเดิม

อ่านต่อในบทความเต็ม หมอเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย ครอบคลุมตั้งแต่อาการ การวินิจฉัย ไปจนถึงทางเลือกการรักษาทั้งหมดครับ

―――――――――――――――――――――――

ปวดข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง อย่ามองข้าม รู้จัก "โรค De Quervain" และทางออกใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัด

―――――――――――――――――――――――

เรื่องเล่าจากคนไข้

คุณนิด อายุ 34 ปี เป็นคุณแม่ลูกอ่อน อายุลูก 6 เดือน ทุกวันต้องอุ้มลูกขึ้นจากเปล ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม วันละหลายสิบครั้ง ช่วงแรกแค่เมื่อย ๆ ข้อมือฝั่งนิ้วโป้งขวา คิดว่าพักก็หาย

แต่ผ่านไป 2 เดือน อาการกลับแย่ลง ปวดจี๊ดทุกครั้งที่อุ้มลูก บิดผ้าขี้เหนียวไม่ได้ เปิดฝาขวดนมก็ร้อง บางครั้งปวดร้าวไปถึงท้องแขน นอนกลางคืนปวดจนสะดุ้งตื่น

คุณนิดเริ่มกังวล กลัวว่าจะเป็นกระดูกหัก เลยมาพบหมอที่คลินิก หลังตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ หมอพบว่าเส้นเอ็นข้อมือบริเวณโคนนิ้วโป้งบวมและถูกรัด นี่คือโรค De Quervain แบบคลาสสิกของคุณแม่หลังคลอด ที่ในวงการแพทย์เรียกว่า "Mother's wrist" หรือ "ข้อมือแม่ลูกอ่อน"

โรค De Quervain คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย

ลองนึกภาพอุโมงค์เล็ก ๆ ที่ข้อมือฝั่งโคนนิ้วโป้ง ภายในมีเส้นเอ็น 2 เส้นที่ทำหน้าที่ดึงนิ้วโป้งให้กางออกและยกขึ้น เส้นเอ็น 2 เส้นนี้วิ่งผ่านอุโมงค์ที่มีฝาครอบหนา ๆ คลุมอยู่ เรียกว่า "first dorsal compartment" หรือ "ช่องเส้นเอ็นช่องที่หนึ่ง"

เมื่อเราใช้นิ้วโป้งหรือข้อมือซ้ำ ๆ ในท่าเดิม เช่น อุ้มลูก พิมพ์โทรศัพท์ บิดผ้า หั่นผัก เส้นเอ็นจะเสียดสีกับผนังอุโมงค์มาก ๆ ทำให้เส้นเอ็นบวม ฝาครอบหนาขึ้น อุโมงค์แคบลง

ผลก็เหมือนเอาเชือกหนา ๆ ยัดเข้ารูเล็ก ๆ ขยับทีไรก็เจ็บ ที่เคยลื่นไหลก็ติดขัด ที่เคยไม่มีปัญหาก็อักเสบเรื้อรัง

โรคนี้ตั้งชื่อตามศัลยแพทย์ชาวสวิส Fritz de Quervain ที่อธิบายโรคนี้เป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1895 ในภาษาแพทย์เรียกว่า stenosing tenosynovitis of the first dorsal compartment แปลตรงตัวคือ "เยื่อหุ้มเส้นเอ็นช่องแรกอักเสบและตีบ"

ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้

จากการศึกษาประชากรขนาดใหญ่ในกลุ่มทหารอเมริกัน 12 ล้านคน-ปี พบว่าผู้หญิงมีอัตราการเกิดโรค De Quervain มากกว่าผู้ชายประมาณ 4 เท่า โดยอัตราในผู้หญิงอยู่ที่ 2.81 ต่อ 1,000 คน-ปี เทียบกับผู้ชาย 0.62 ต่อ 1,000 คน-ปี และพบมากขึ้นในกลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี

กลุ่มเสี่ยงที่หมอเจอบ่อยที่สุดในคลินิก ได้แก่

• คุณแม่หลังคลอด ที่ต้องอุ้มลูกบ่อยและให้นม 

• คนทำงานออฟฟิศที่ใช้เมาส์-คีย์บอร์ดหรือเล่นมือถือนาน 

• คุณครู ช่างฝีมือ พนักงานสายการผลิตที่ใช้นิ้วโป้งซ้ำ ๆ • พ่อครัว แม่ครัว ที่หั่น สับ บิดข้อมือทั้งวัน • คนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย เช่น กอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน

อาการที่ควรสังเกต

อาการของโรค De Quervain มักค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดจากการล้มหรือกระแทก แต่ค่อย ๆ ปวดสะสมจากการใช้งานซ้ำ ๆ

อาการเด่นที่หมอใช้สังเกต ได้แก่

• ปวดบริเวณข้อมือฝั่งโคนนิ้วโป้ง ตรงปุ่มกระดูกที่ยื่นออกมา 

• ปวดมากเมื่อกางหรือยกนิ้วโป้ง โดยเฉพาะตอนหยิบของหรือบิดสิ่งของ 

• ปวดร้าวขึ้นท้องแขน หรือลงไปทางปลายนิ้วโป้ง

 • บางคนคลำได้ก้อนนูน ๆ ที่ข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง 

• มีเสียงดังกึก ๆ หรือรู้สึกฝืดเวลาขยับ • ขยับนิ้วโป้งแล้วได้ยินเหมือนเสียดสี

หมอมีท่าตรวจคลาสสิกชื่อ "Finkelstein test" ทำง่าย ๆ ที่บ้านได้ โดยกำมือโดยเอานิ้วโป้งซุกในกำมือ แล้วเอียงข้อมือลงทางก้อย ถ้าปวดจี๊ดบริเวณข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง โอกาสสูงมากที่จะเป็น De Quervain

การตรวจวินิจฉัยที่คลินิก

เมื่อมาพบหมอ การวินิจฉัยโรค De Quervain มักทำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์เสมอไป แต่ในบางกรณีหมออาจขอตรวจเพิ่มเพื่อแยกโรคอื่นออก

การตรวจที่หมอใช้บ่อย ได้แก่

• การตรวจร่างกาย กดเจ็บที่จุดเฉพาะ ร่วมกับ Finkelstein test

 • อัลตราซาวด์ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Ultrasound) ตรวจดูว่าเส้นเอ็นบวมแค่ไหน ฝาครอบหนาแค่ไหน มีของเหลวภายในไหม และมีโครงสร้างผิดปกติเช่นแผ่นกั้น (septum) ในอุโมงค์หรือไม่ ซึ่งสำคัญต่อการเลือกวิธีรักษา 

• เอกซเรย์ เฉพาะกรณีที่สงสัยกระดูกหัก ข้อเสื่อม หรือแยกโรคอื่น

 • MRI ใช้น้อยมาก เฉพาะเคสที่ซับซ้อนจริง ๆ

ในคลินิกของหมอเก่ง การใช้อัลตราซาวด์เป็นมาตรฐาน เพราะนอกจากช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือนำทางในการรักษาด้วย


แนวทางการรักษา จากเบาไปหนัก

หลักการรักษาของหมอคือ "เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุด ปลอดภัยที่สุดก่อน" ส่วนใหญ่คนไข้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ขั้นที่หนึ่ง ปรับพฤติกรรม หยุดท่าที่กระตุ้นอาการ ลดการใช้นิ้วโป้งและข้อมือซ้ำ ๆ คุณแม่ลูกอ่อนอาจเปลี่ยนท่าอุ้มลูก ให้รองรับด้วยทั้งฝ่ามือแทนที่จะใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้

ขั้นที่สอง ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (thumb spica splint) ที่ครอบทั้งข้อมือและนิ้วโป้ง ใส่ต่อเนื่อง 3-4 สัปดาห์ พักเส้นเอ็นให้หายอักเสบ

ขั้นที่สาม ยา ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ลดปวดและลดอักเสบ ใช้ระยะสั้นในระยะที่ปวดมาก

ขั้นที่สี่ ฉีดยาสเตียรอยด์ภายใต้อัลตราซาวด์ ในเคสที่ปรับพฤติกรรมและใส่อุปกรณ์พยุงแล้วยังไม่ดีขึ้น หมอจะแนะนำฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในอุโมงค์เส้นเอ็นโดยตรง โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง

หลักฐานทางวิชาการสนับสนุนวิธีนี้อย่างชัดเจน Cochrane systematic review ปี 2009 พบว่าการฉีดสเตียรอยด์มีประสิทธิภาพดีในการรักษา De Quervain และ systematic review โดย Ashraf และ Devadoss ในปี 2014 ก็ยืนยันว่าการฉีดสเตียรอยด์มีประสิทธิภาพมากกว่าการใส่เฝือกข้อมืออย่างเดียว

ข้อมูลล่าสุดจาก network meta-analysis ใน JAMA Network Open ปี 2023 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วย 1,663 ราย พบว่าการฉีดสเตียรอยด์ร่วมกับการใส่ thumb spica splint 3-4 สัปดาห์ เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และการฉีดด้วยอัลตราซาวด์นำทางลดอาการปวดได้ดีกว่าการฉีดแบบคลำตำแหน่งด้วยมือเปล่า

ขั้นที่ห้า Ultrasound-guided percutaneous needle release ในเคสที่ฉีดยาแล้วหายแค่ชั่วคราว กลับมาเป็นซ้ำ หรือมีโครงสร้างแผ่นกั้น (septum) ภายในอุโมงค์ที่ทำให้ยาเข้าไปไม่ทั่ว หมอจะแนะนำเทคนิคใหม่นี้

หลักการคือ หมอใช้อัลตราซาวด์ส่องดูเส้นเอ็นและฝาครอบอุโมงค์แบบเรียลไทม์ จากนั้นใช้เข็มขนาดเล็ก (21-gauge) สอดผ่านผิวหนัง เข้าไป "ปล่อย" หรือ "กรีดเปิด" ฝาครอบที่หนาและรัดเส้นเอ็นไว้ พร้อมฉีดยาสเตียรอยด์ในเข็มเดียวกัน

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือ

• ไม่ต้องลงมีด ไม่ต้องเย็บแผล • ใช้เวลาทำประมาณ 15-20 นาที • ฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ • กลับบ้านได้ในวันเดียวกัน • ฟื้นตัวเร็ว เริ่มใช้มือได้ภายในไม่กี่วัน

งานวิจัยของ Lapègue และคณะที่ตีพิมพ์ใน European Radiology ปี 2018 ติดตามคนไข้ 35 ราย พบว่าวิธีนี้ลดอาการปวดได้อย่างชัดเจนใน 91.4% ของเคส และไม่พบภาวะแทรกซ้อนต่อเส้นประสาท เส้นเลือด หรือเส้นเอ็นแม้แต่รายเดียว

ขั้นที่หก ผ่าตัดเปิด (กรณีจำเป็น) สงวนไว้สำหรับเคสที่ทุกวิธีไม่ได้ผล หรือมีปัญหาทางกายวิภาคที่ซับซ้อนมาก ปัจจุบันด้วยเทคนิคเข็มภายใต้อัลตราซาวด์ ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องลงเอยที่การผ่าตัดเปิดอีกต่อไป

พยากรณ์โรค จะหายไหม นานแค่ไหน

ข่าวดีคือ De Quervain เป็นโรคที่มีพยากรณ์ดีมาก คนไข้ส่วนใหญ่หายขาดได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม

• รักษาด้วยการพักและใส่อุปกรณ์พยุงข้อมืออย่างเดียว มักดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ • ฉีดยาสเตียรอยด์ร่วมกับอุปกรณ์พยุงข้อมือ มักดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ และหายขาดประมาณ 60-80% • ทำ percutaneous needle release ฟื้นตัวเร็ว และมีอัตราหายขาดสูงกว่า 90% ในการศึกษาที่มี

โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีอยู่บ้าง โดยเฉพาะถ้ายังไม่ปรับพฤติกรรม เช่น คุณแม่ลูกอ่อนที่ยังต้องอุ้มลูกเหมือนเดิม

ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา จะเป็นอย่างไร

หลายคนคิดว่า "ไม่รักษาเดี๋ยวก็หายเอง" ซึ่งบางเคสก็จริง แต่เคสที่ปล่อยไว้นานเกินไป อาจเกิดผลตามมา ได้แก่

• ปวดเรื้อรังเป็นเดือน เป็นปี • เส้นเอ็นและฝาครอบหนาตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนรักษาวิธีเบาไม่ได้ผล • กล้ามเนื้อแขนและมือลีบจากการไม่ใช้ • คุณภาพชีวิตแย่ลง ทำงานบ้านไม่ได้ อุ้มลูกไม่ได้ นอนไม่หลับ • บางคนกลายเป็นซึมเศร้าจากปวดเรื้อรัง

วิธีป้องกัน

• จัดท่าทางการใช้มือให้เป็นกลาง อย่าบิดข้อมือมากเกินไป • พักมือทุก ๆ 30-45 นาทีเมื่อทำงานซ้ำ ๆ • คุณแม่ลูกอ่อน เปลี่ยนท่าอุ้มลูกให้ใช้ทั้งฝ่ามือรองรับ ไม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบ • ลดการเล่นโทรศัพท์มือถือนาน ๆ โดยเฉพาะการพิมพ์ด้วยนิ้วโป้ง • ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและยืดเหยียดข้อมือเป็นประจำ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม ฉีดยาสเตียรอยด์บ่อย ๆ จะอันตรายไหม ตอบ การฉีดสเตียรอยด์เข้าเส้นเอ็นซ้ำเกินกว่า 2-3 ครั้งในตำแหน่งเดียวกัน อาจทำให้เส้นเอ็นบางลงและเสี่ยงต่อการขาดได้ ดังนั้นถ้าฉีดแล้วกลับมาเป็นซ้ำ หมอจะแนะนำให้พิจารณาเทคนิค needle release หรือผ่าตัดแทน

ถาม ทำ percutaneous needle release เจ็บไหม ตอบ หมอจะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน ระหว่างทำคนไข้จะรู้สึกตึง ๆ ดัน ๆ แต่ไม่ปวดเหมือนผ่าตัด หลังทำเสร็จอาจมีบวมและปวดเล็กน้อย 1-2 วัน ทานยาแก้ปวดธรรมดาก็เพียงพอ

ถาม หลังทำต้องพักนานแค่ไหน ตอบ ส่วนใหญ่กลับบ้านได้เลย พักการใช้มือหนัก 5-7 วัน ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ

ถาม คุณแม่ให้นมลูก ทำหัตถการนี้ได้ไหม ตอบ ทำได้ครับ ปริมาณยาสเตียรอยด์ที่ฉีดเฉพาะที่จุดนั้นน้อยมาก ไม่มีผลต่อน้ำนม แต่หมอจะปรึกษาและประเมินเป็นรายคนไป

ถาม ถ้าทำแล้วยังปวดอยู่ ทำได้อีกไหม ตอบ ส่วนน้อยที่ทำครั้งเดียวไม่หาย อาจพิจารณาทำซ้ำหรือเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดเปิดในบางเคส หมอจะประเมินจากอัลตราซาวด์ซ้ำเพื่อดูสาเหตุ

สรุปสาระสำคัญ

ปวดข้อมือฝั่งโคนนิ้วโป้ง บิดผ้าไม่ได้ อุ้มของหนักก็เจ็บ ระวังโรค De Quervain ที่พบบ่อยในผู้หญิงและคุณแม่หลังคลอด

ทำ Finkelstein test ที่บ้านง่าย ๆ กำมือซุกนิ้วโป้ง เอียงข้อมือลงทางก้อย ถ้าปวดจี๊ด ให้รีบมาพบหมอ

ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เริ่มจากปรับพฤติกรรม ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ ฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์

Ultrasound-guided percutaneous needle release เป็นทางเลือกใหม่ในเคสที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยา ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าเปิด ฟื้นตัวเร็ว

ยิ่งรีบรักษา ยิ่งหายเร็ว อย่าทนปวดจนเรื้อรัง คุณภาพชีวิตคุณสำคัญกว่าที่คิด

―――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สอบถามปัญหากระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ Line OA: @doctorkeng | โทร 081-530-3666

"เราเชื่อว่า 'ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ' หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

―――――――――――――――――――――――

#DeQuervain #ปวดข้อมือ #โรคนิ้วล็อก #ข้อมือแม่ลูกอ่อน #MotherWrist #ปวดโคนนิ้วโป้ง #UltrasoundGuidedInjection #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #DeQuervainTenosynovitis #WristPain #UltrasoundGuidedRelease #HandPain #OrthopedicCare

―――――――――――――――――――――――

เอกสารอ้างอิง

ข้อหนึ่ง Wolf JM, Sturdivant RX, Owens BD. Incidence of de Quervain's tenosynovitis in a young, active population. J Hand Surg Am. 2009;34(1):112-5. doi:10.1016/j.jhsa.2008.08.020

ข้อสอง Peters-Veluthamaningal C, van der Windt DA, Winters JC, Meyboom-de Jong B. Corticosteroid injection for de Quervain's tenosynovitis. Cochrane Database Syst Rev. 2009;2009(3):CD005616. doi:10.1002/14651858.CD005616.pub2

ข้อสาม Ashraf MO, Devadoss VG. Systematic review and meta-analysis on steroid injection therapy for de Quervain's tenosynovitis in adults. Eur J Orthop Surg Traumatol. 2014;24(2):149-57. doi:10.1007/s00590-012-1164-z

ข้อสี่ Lapègue F, André A, Pasquier Bernachot E, Akakpo EJ, Laumonerie P, Chiavassa-Gandois H, et al. US-guided percutaneous release of the first extensor tendon compartment using a 21-gauge needle in de Quervain's disease: a prospective study of 35 cases. Eur Radiol. 2018;28(9):3977-85. doi:10.1007/s00330-018-5387-1

ข้อห้า Challoumas D, Ramasubbu R, Rooney E, Seymour-Jackson E, Putti A, Millar NL. Management of de Quervain tenosynovitis: a systematic review and network meta-analysis. JAMA Netw Open. 2023;6(10):e2337001. doi:10.1001/jamanetworkopen.2023.37001

―――――――――――――――――――――――


Comments

Popular posts from this blog

ทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น ปวดข้อมือ De Quervain มากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า?

"ปวดโคนนิ้วโป้งจนจับจอบไม่ไหว บิดผ้าไม่ได้... อย่าเพิ่งถอดใจ! รู้ไหมครับว่าสมัยนี้รักษาได้โดย 'ไม่ต้องเปิดแผล' แผลเล็กเท่ารูเข็มด้วยอัลตราซาวนด์นำทาง

ทำไมแค่ขยับนิ้วโป้งเบาๆ ก็ปวดจี๊ดจนสะดุ้ง? ถ้าคุณกำลังปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งจนแทบหยิบจับอะไรไม่ได้...