ทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น ปวดข้อมือ De Quervain มากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า?

 

"ทำไมผู้หญิงถึงถูกโรค 'ปวดโคนนิ้วโป้ง' ตามรังควานมากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า?"

"คุณหมอคะ ทำไมเพื่อนป้าที่เป็นผู้หญิงเป็นโรคนี้กันเพียบเลย แต่สามีป้าทำงานหนักกว่าอีก ไม่เห็นเขาจะบ่นปวดข้อมือเลย?"

นี่คือคำถามจากคนไข้หญิงวัยกลางคนท่านหนึ่งที่ต้องทนปวดข้อมือจนหยิบจับอะไรไม่ได้ เชื่อไหมครับว่าสถิติทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า ผู้หญิงเสี่ยงเป็นโรคปลอกหุ้มเส้นเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain) มากกว่าผู้ชายถึง 8-10 เท่า! ไม่ใช่เพราะผู้หญิงไม่อดทนนะครับ แต่เป็นเพราะ "โครงสร้างร่างกาย" และ "บทบาทชีวิต" ที่ธรรมชาติกำหนดมาให้ต่างหาก วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ


1. โครงสร้างข้อมือที่ต่างกัน (มุมกระดูก)

ลองสังเกตข้อมือผู้หญิงดูนะครับ มักจะเล็กและเรียวบางกว่าผู้ชาย นอกจากความสวยงามแล้ว ในเชิงวิศวกรรมร่างกาย มุมของกระดูกข้อมือฝั่งนิ้วโป้งของผู้หญิงมักจะมี "ความชัน" มากกว่า การที่เส้นเอ็นต้องวิ่งผ่านมุมที่หักเหมากกว่าผู้ชาย ทำให้เกิดการเสียดสีได้ง่ายขึ้นเปรียบเหมือนสายเบรกจักรยานที่ต้องเลี้ยวโค้งแคบๆ ย่อมสึกหรอไวกว่าทางตรงนั่นเองครับ


2. พลังของฮอร์โมน (ตัวแปรสำคัญ)

ผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตลอดช่วงชีวิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเส้นเอ็นครับ

  • ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เส้นเอ็น "หย่อนตัว" เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด แต่มันดันทำให้เส้นเอ็นที่ข้อมืออ่อนแอและบวมน้ำได้ง่ายด้วย
  • ช่วงหมดประจำเดือน: เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นก็ลดตาม ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นอย่างน่าตกใจครับ

3. "โรคคุณแม่" และ "งานจุกจิก"

บทบาทของคุณแม่หรือแม่บ้านคือปัจจัยหลักครับ

  • ท่าอุ้มลูก: ท่าที่ต้องใช้การ "ช้อน" ใต้วงแขนเด็ก โดยกางนิ้วโป้งออกกว้างๆ เป็นท่าที่ทำร้ายเส้นเอ็นข้อมืออย่างรุนแรงที่สุด
  • งานบ้าน: การบิดผ้า การซักมือ การสับอาหาร หรือการถือกระทะหนักๆ งานเหล่านี้ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและแรงบิดของข้อมือมากกว่างานช่างของผู้ชายส่วนใหญ่ครับ

4. กิจกรรมในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันผู้หญิงไทยทำงานเก่งขึ้น ทั้งงานออฟฟิศและขายของออนไลน์ การพิมพ์แชทตอบลูกค้าด้วยนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียวบนหน้าจอมือถือขนาดใหญ่ เป็นการใช้งานเส้นเอ็น Supraspinatus (เอ็นที่คุมนิ้วโป้ง) อย่างหนักต่อเนื่อง เมื่อรวมกับโครงสร้างที่บอบบางอยู่แล้ว จึงไม่แปลกเลยที่จะเกิดการอักเสบได้ไวครับ


สัญญาณเตือน: อย่าปล่อยให้ลามจนต้องผ่าตัด

หากคุณเริ่มรู้สึกเจ็บจี๊ดที่โคนนิ้วโป้งเวลาหยิบจับของ หรือลองทำท่า Finkelstein's Test (กำนิ้วโป้งในอุ้งมือแล้วหักข้อมือลง) แล้วเจ็บจนหน้าเหยเก นั่นคือสัญญาณเตือนครับ

  • การรักษาเบื้องต้น: พักการใช้งาน, ประคบเย็น, ใส่ที่พยุงข้อมือ (Splint)
  • การรักษาที่ตรงจุด: หากไม่หาย การใช้ อัลตราซาวนด์ส่องตรวจ จะเห็นปลอกเอ็นที่บวมชัดเจน และสามารถรักษาด้วยการ ฉีดยาลดอักเสบ หรือ สะกิดปลอกเอ็นผ่านผิวหนัง (Percutaneous Release) ซึ่งแผลเล็กเท่ารูเข็มและได้ผลดีมากครับ

สรุป

ผู้หญิงไม่ได้ "คิดไปเอง" ว่าปวดข้อมือมากกว่าผู้ชาย แต่มันคือเรื่องของสรีระ ฮอร์โมน และภาระหน้าที่ครับ การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้เราป้องกันได้ถูกวิธี อย่าทนปวดจนกลายเป็นเรื้อรัง เพราะมือคู่เดิมนี้ยังต้องใช้กอดคนที่รักและทำงานที่ชอบไปอีกนานครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดข้อมือ #DeQuervain #โรคคุณแม่ #ปวดนิ้วโป้ง #สุขภาพผู้หญิง #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สรีระผู้หญิง #ฮอร์โมนกับเส้นเอ็น #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. Wolf SW, et al. (2024). Gender differences in the prevalence and anatomy of De Quervain’s tenosynovitis. Journal of Hand Surgery Global Online. (สรุป: การศึกษาทางกายวิภาคพบว่าผู้หญิงมีช่องเส้นเอ็นที่ซับซ้อนและแคบกว่าผู้ชาย เป็นสาเหตุหลักของความเสี่ยงที่สูงกว่า)
  2. Capone A, et al. (2023). Hormonal influence on tendon disorders in women. Muscles, Ligaments and Tendons Journal. (สรุป: ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผันผวนส่งผลต่อความหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและหลังคลอด)
  3. Mederake M, et al. (2025). Smartphone use and De Quervain's: A gender-based study. Ergonomics. (สรุป: ผู้หญิงมีแนวโน้มได้รับบาดเจ็บจากการใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าเนื่องจากขนาดมือที่เล็กกว่ามาตรฐานอุปกรณ์ทั่วไป)
  4. Thai Orthopedic Association (2023). Clinical Guidelines for Tendinopathy. (สรุป: แนวทางการรักษาภาวะเส้นเอ็นอักเสบโดยเน้นความแตกต่างทางสรีระและพฤติกรรมในเพศหญิง)
  5. Lane R, et al. (2024). Occupational risk factors for De Quervain's tenosynovitis. Occupational Medicine Journal. (สรุป: งานที่ต้องใช้ความแม่นยำและแรงบิดซ้ำๆ ในกลุ่มแม่บ้านและอาชีพงานฝีมือมีความสัมพันธ์สูงต่อการเกิดโรค)

Comments

Popular posts from this blog

"ปวดโคนนิ้วโป้งจนจับจอบไม่ไหว บิดผ้าไม่ได้... อย่าเพิ่งถอดใจ! รู้ไหมครับว่าสมัยนี้รักษาได้โดย 'ไม่ต้องเปิดแผล' แผลเล็กเท่ารูเข็มด้วยอัลตราซาวนด์นำทาง

ทำไมแค่ขยับนิ้วโป้งเบาๆ ก็ปวดจี๊ดจนสะดุ้ง? ถ้าคุณกำลังปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งจนแทบหยิบจับอะไรไม่ได้...