ปวดโคนนิ้วโป้ง (De Quervain's) อาการต่างจากก้อนถุงน้ำที่ข้อมืออย่างไร?

 



ปวดโคนนิ้วโป้ง (De Quervain's) อาการต่างจากก้อนถุงน้ำที่ข้อมืออย่างไร?

“คุณหมอครับ ช่วงนี้ผมหยิบจับอะไรก็เจ็บ โดยเฉพาะเวลาบิดลูกบิดประตู หรือตอนยกแก้วกาแฟ มันปวดแปล๊บๆ ที่โคนนิ้วโป้ง ลามลงมาที่ข้อมือเลยครับ บางทีก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรปูดๆ ขึ้นมาด้วย กลัวว่าจะเป็นกระดูกงอกหรือเนื้องอกจังเลยครับ”

นี่คือคำบ่นยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ โดยเฉพาะในยุคที่เราใช้สมาร์ทโฟนกันแทบตลอดเวลา หรือในคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องอุ้มลูกน้อยบ่อยๆ หลายคนกังวลใจเมื่อเห็นความผิดปกติที่ข้อมือ

วันนี้หมอจะพามาไขข้อข้องใจให้กระจ่างครับ ว่าอาการปวดโคนนิ้วโป้ง หรือที่เรียกว่า "ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ" (De Quervain's Tenosynovitis) กับ "ก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ" (Ganglion Cyst) นั้นแตกต่างกันอย่างไร อันตรายไหม และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไร

ก่อนอื่นต้องบอกให้สบายใจก่อนครับว่า ทั้งสองภาวะนี้ "ไม่ใช่เนื้อร้าย" และ "รักษาให้หายได้" ครับ ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ดีขึ้นและลดความกังวลลงได้มากทีเดียว

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain's Tenosynovitis) คืออะไร?

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ที่ข้อมือของเราตรงโคนนิ้วโป้ง จะมีเส้นเอ็นอยู่ 2 เส้น ทำหน้าที่ช่วยกางและเหยียดนิ้วโป้ง เส้นเอ็นเหล่านี้จะต้องลอดผ่าน "อุโมงค์" เล็กๆ หรือปลอกหุ้มเอ็น เพื่อยึดให้เส้นเอ็นอยู่ติดกับกระดูกข้อมือ

เมื่อเราใช้งานนิ้วโป้งซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการไถหน้าจอโทรศัพท์ การพิมพ์งาน การบิดผ้า หรือการอุ้มเด็กในท่าเดิมนานๆ จะเกิดการเสียดสีกันระหว่างเส้นเอ็นกับปลอกหุ้มเอ็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การเสียดสีนี้ทำให้ปลอกหุ้มเอ็นเกิดการอักเสบ บวม และหนาตัวขึ้น จนอุโมงค์นั้นแคบลง ทำให้เส้นเอ็นขยับตัวได้ยากลำบาก และเกิดความเจ็บปวดทุกครั้งที่เราขยับนิ้วโป้งครับ

ก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ (Ganglion Cyst) คืออะไร?

ส่วนก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ จะมีลักษณะที่ต่างออกไปครับ มันคือถุงน้ำที่ปูดออกมาจากเยื่อหุ้มข้อต่อหรือปลอกหุ้มเส้นเอ็น ภายในบรรจุของเหลวที่มีลักษณะหนืดใส คล้ายเจลลี่

สาเหตุจริงๆ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อหุ้มข้อ หรือมีการระคายเคืองเรื้อรัง ทำให้สารหล่อลื่นในข้อรั่วไหลออกมาสะสมเป็นถุงน้ำ เปรียบเหมือนลูกโป่งที่ปูดออกมาจากข้อมือนั่นเองครับ

อาการที่แตกต่างกันชัดเจน

1. อาการปวด:

  • ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ: จะเด่นเรื่อง "ความเจ็บปวด" ครับ ปวดตื้อๆ หรือปวดแปล๊บที่โคนนิ้วโป้งด้านนอก อาจร้าวขึ้นไปที่แขน อาการจะเป็นมากเวลาขยับนิ้วโป้ง กำมือ หรือบิดข้อมือ
  • ก้อนถุงน้ำ: มักจะไม่ค่อยปวด หรือปวดเพียงเล็กน้อยเวลาข้อมือแอ่นมากๆ อาการเด่นคือ "มีก้อนนูน" ให้เห็นชัดเจน

2. ลักษณะภายนอก:

  • ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ: อาจจะดูปกติ หรือบวมแดงเล็กน้อยบริเวณโคนนิ้วโป้ง แต่คลำแล้วจะเจ็บมาก
  • ก้อนถุงน้ำ: จะเห็นเป็นก้อนนูนกลม ผิวเรียบ ค่อนข้างแข็งแต่ยืดหยุ่นเล็กน้อย ขนาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ บางวันใหญ่ บางวันเล็ก หรือหายไปเองได้

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ การซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ สำหรับการตรวจปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ หมอจะมีท่าตรวจเฉพาะที่เรียกว่า Finkelstein test

ทำได้ง่ายๆ ครับ ให้คนไข้กำนิ้วโป้งไว้ในอุ้งมือ แล้วหักข้อมือลงไปทางด้านนิ้วก้อย หากรู้สึกเจ็บจี๊ดที่โคนนิ้วโป้ง แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรคนี้ครับ

ส่วนก้อนถุงน้ำ แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการดูและคลำ แต่ในบางกรณีที่ก้อนเล็กมาก หรือต้องการแยกโรคอื่น หมออาจใช้เครื่องมือเพิ่มเติม

การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) และ เอกซเรย์ (X-ray) ปัจจุบัน การอัลตราซาวนด์มีบทบาทมากครับ เพราะช่วยให้เห็นสภาพของเส้นเอ็นว่าบวมมากน้อยแค่ไหน มีน้ำขังอยู่รอบๆ หรือไม่ หรือช่วยยืนยันว่าเป็นถุงน้ำจริงๆ ไม่ใช่ก้อนเนื้อชนิดอื่น ส่วนเอกซเรย์มักใช้เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือความผิดปกติของกระดูกร่วมด้วยหรือไม่

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค

โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ แต่สัมพันธ์กับพฤติกรรมและปัจจัยทางร่างกายครับ

  • การใช้งานซ้ำๆ: พนักงานออฟฟิศที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ช่างทำผม นักดนตรี หรือคนที่ติดมือถือ
  • คุณแม่ตั้งครรภ์และหลังคลอด: ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงทำให้เส้นเอ็นบวมน้ำง่ายขึ้น ประกอบกับการต้องอุ้มลูกให้นมในท่าเดิมนานๆ ทำให้เป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญครับ
  • อายุ: พบได้บ่อยในช่วงอายุ 30-50 ปี

แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก

หลักการรักษาของหมอคือ การลดการอักเสบและคืนความยืดหยุ่นให้กับเส้นเอ็นครับ

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด): พักการใช้งานมือข้างที่เจ็บ หลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องเกร็งนิ้วโป้ง หรือบิดข้อมือแรงๆ การประคบเย็นในช่วงที่มีอาการปวดบวมเฉียบพลันช่วยได้มากครับ

2. การใส่อุปกรณ์พยุง (Thumb Spica Splint): การดามนิ้วโป้งและข้อมือให้อยู่นิ่งๆ จะช่วยลดการเสียดสี ทำให้เส้นเอ็นได้พักและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

3. การใช้ยา: ยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ช่วยลดอาการปวดและบวมได้ แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกรครับ

4. การฉีดยา: หากทานยาและพักแล้วยังไม่ดีขึ้น การฉีดสเตียรอยด์เฉพาะที่ เข้าไปในปลอกหุ้มเอ็น จะช่วยลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก

เทคนิคปัจจุบันที่หมอแนะนำคือ การฉีดยาโดยใช้ Ultrasound นำทาง (Ultrasound-guided injection) ครับ วิธีนี้ช่วยให้หมอเห็นปลายเข็มและตำแหน่งยาที่ฉีดได้อย่างแม่นยำ ไม่โดนเส้นประสาทหรือหลอดเลือด และมั่นใจว่ายาเข้าไปในจุดที่อักเสบจริงๆ

5. การผ่าตัด (Surgery): เราจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น กลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ หรือมีพังผืดหนาตัวมากจนนิ้วล็อคขยับไม่ได้

การผ่าตัดเป็นการผ่าตัดเล็กครับ เปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปตัดปลอกหุ้มเอ็นที่รัดแน่นออก (Surgical release) ใช้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับบ้านได้เลยหลังผ่าตัด

สำหรับก้อนถุงน้ำ หากไม่มีอาการเจ็บปวด ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรครับ ก้อนอาจยุบไปเองได้ แต่ถ้าเจ็บ หรือก้อนใหญ่จนรบกวนการใช้งาน หรือกังวลเรื่องความสวยงาม ก็สามารถเจาะดูดออก หรือผ่าตัดเลาะถุงน้ำออกได้เช่นกัน

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

โดยส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมร่วมด้วย แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ หากเรายังกลับไปใช้งานมือในท่าเดิมๆ หนักๆ เหมือนเดิมโดยไม่ระวัง

การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด

เราคงไม่อยากเจ็บตัวใช่ไหมครับ? ดังนั้นการดูแลตัวเองเบื้องต้นจึงสำคัญ

  • พักมือเป็นระยะหากต้องทำงานต่อเนื่อง
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและข้อมือเบาๆ
  • ใช้สมาร์ทโฟนเท่าที่จำเป็น หรือเปลี่ยนมือถือบ้าง
  • สำหรับคุณแม่ ลองปรับท่าอุ้มลูก หรือใช้อุปกรณ์ช่วยประคองเด็ก

สรุป

อาการปวดโคนนิ้วโป้งและก้อนถุงน้ำที่ข้อมือ แม้จะมีอาการคล้ายกันในบางครั้ง แต่มีสาเหตุและรายละเอียดที่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือการสังเกตตัวเอง หากมีอาการปวดเรื้อรัง รบกวนชีวิตประจำวัน อย่านิ่งนอนใจ หรือซื้อยากินเองติดต่อกันนานๆ นะครับ การมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด จะช่วยให้เราได้รับการรักษาที่ตรงจุด หายเร็ว และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขครับ

โรคกระดูกและข้อดูแลได้ ถ้ารู้ทันและเข้าใจครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดโคนนิ้วโป้ง #ปวดข้อมือ #DeQuervains #นิ้วล็อค #ก้อนที่ข้อมือ #ถุงน้ำข้อมือ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คลินิกกระดูกและข้อ #รักษากระดูกเชียงใหม่ #พังผืดทับเส้นประสาท

เอกสารอ้างอิง

  1. Ferrara PE, Codazza S, Maccauro G, et al. Physical therapies for the conservative treatment of de Quervain's disease: a systematic review of the literature. J Biol Regul Homeost Agents. 2020;34(3 Suppl. 2):47-56.
  2. Ilyas AM, Ast M, Schaffer AA, Thoder J. De quervain tenosynovitis of the wrist. J Am Acad Orthop Surg. 2007;15(12):757-64.
  3. Head L, Gencarelli JR, Allen M, Boyd KU. Wrist Ganglion Treatment: Systematic Review and Meta-Analysis. J Hand Surg Am. 2015;40(3):546-53.e8.
  4. Larsen CG, Fitzgerald MJ, Elsnbier JA, et al. Ultrasound-Guided Injections for De Quervain's Tenosynovitis. Hand (N Y). 2021;16(1):119-123.
  5. Wolf JM, Sturdivant RX, Owens BD. Incidence of de Quervain's tenosynovitis in a young, active population. J Hand Surg Am. 2009;34(1):112-5.


Comments

Popular posts from this blog

ทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงเป็น ปวดข้อมือ De Quervain มากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า?

"ปวดโคนนิ้วโป้งจนจับจอบไม่ไหว บิดผ้าไม่ได้... อย่าเพิ่งถอดใจ! รู้ไหมครับว่าสมัยนี้รักษาได้โดย 'ไม่ต้องเปิดแผล' แผลเล็กเท่ารูเข็มด้วยอัลตราซาวนด์นำทาง

ทำไมแค่ขยับนิ้วโป้งเบาๆ ก็ปวดจี๊ดจนสะดุ้ง? ถ้าคุณกำลังปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งจนแทบหยิบจับอะไรไม่ได้...