เจ็บข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง จี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด! มารู้จักโรค De Quervain และทางรักษาแบบ “ไม่ต้องผ่าตัด” ด้วยเทคโนโลยี Ultrasound
เจ็บข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง จี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด! มารู้จักโรค De Quervain และทางรักษาแบบ “ไม่ต้องผ่าตัด” ด้วยเทคโนโลยี Ultrasound
"หมอครับ แค่ผมบิดลูกบิดประตู หรือยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ก็ปวดแป๊บที่ข้อมือฝั่งนิ้วโป้งเหมือนไฟช็อตเลยครับ บางทีปวดร้าวขึ้นไปถึงแขนเลย"
นี่คือคำบ่นยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องอุ้มลูกท่าเดิมนานๆ, พนักงานออฟฟิศที่ใช้เมาส์และพิมพ์งานทั้งวัน หรือแม้แต่สายโซเชียลที่ไถมือถือด้วยมือเดียวตลอดเวลา
อาการนี้ไม่ใช่แค่ "ปวดเมื่อยธรรมดา" แต่มันคือสัญญาณของโรคยอดฮิตที่มีชื่อแปลกหูว่า "เดอ เกอร์ แวง (De Quervain's Tenosynovitis)" หรือภาษาไทยเข้าใจง่ายๆ คือ "ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ" นั่นเองครับ
หลายคนกังวลว่า "ต้องผ่าตัดไหม?" วันนี้วิวัฒนาการการรักษา ที่ทำให้เราอาจ "ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดใหญ่" เจ็บตัวน้อยกว่า และฟื้นตัวไวกว่าเดิมมากมาเล่าให้ฟังครับ
รู้จัก "เดอ เกอร์ แวง" (De Quervain) : เมื่ออุโมงค์มันคับแคบ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองจินตนาการที่ข้อมือตรงโคนนิ้วโป้งของเรา จะมี "เส้นเอ็น" (เปรียบเหมือนสายเคเบิล) วิ่งผ่าน "ปลอกหุ้มเอ็น" (เปรียบเหมือนอุโมงค์ลอดใต้ภูเขา) เพื่อไปดึงนิ้วโป้งให้ขยับกางออกหรือยกขึ้น
ในภาวะปกติ สายเคเบิลจะลื่นไหลผ่านอุโมงค์ไปมาได้อย่างสะดวกสบาย
แต่เมื่อเราใช้งานนิ้วโป้งซ้ำๆ ท่าเดิมๆ นานๆ (Repetitive Strain) เช่น การเกร็งนิ้วโป้งเล่นมือถือ หรืออุ้มเด็ก จะทำให้ปลอกหุ้มเอ็น (อุโมงค์) เกิดการอักเสบและบวมหนาตัวขึ้น
พออุโมงค์แคบลง แต่สายเคเบิลยังต้องวิ่งผ่าน ย่อมเกิดการ "เสียดสี" และ "หนีบ" เส้นเอ็น ทำให้เกิดอาการปวดบวม แดง ร้อน และขยับนิ้วโป้งลำบากนั่นเองครับ
ใครบ้างที่เสี่ยง?
- คุณแม่ลูกอ่อน: (พบได้บ่อยมาก) จากท่าอุ้มลูกที่ต้องเกร็งข้อมือและนิ้วโป้ง
- ชาวออฟฟิศ / เกมเมอร์: ที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดอย่างหนัก
- ช่างฝีมือ / ช่างทำผม: ที่ต้องใช้กรรไกรหรืออุปกรณ์ที่ต้องขยับนิ้วโป้งถี่ๆ
- ผู้หญิง: พบมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน
เช็กอาการเบื้องต้น: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรเมิน
- ปวด: บริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือด้านข้าง ยิ่งขยับยิ่งปวด
- บวม: อาจเห็นรอยบวมแดง หรือคลำได้ก้อนแข็งๆ เล็กๆ ที่โคนนิ้วโป้ง
- ขัด: รู้สึกกึกๆ เวลาขยับนิ้วโป้ง เหมือนมีอะไรมาขัดข้างใน
- ชา: หากอักเสบมาก อาจไปกดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ทำให้รู้สึกชาที่หลังนิ้วโป้งได้
วิธีทดสอบด้วยตัวเองง่ายๆ (Finkelstein Test)
ลองทำตามหมอนะครับ:
- ยื่นมือข้างที่ปวดไปข้างหน้า
- พับนิ้วโป้งเข้ามาที่กลางฝ่ามือ
- กำนิ้วทั้ง 4 (ชี้ กลาง นาง ก้อย) ทับนิ้วโป้งไว้
- ค่อยๆ หักข้อมือลงไปทางด้านนิ้วก้อย (ทำช้าๆ นะครับ)
ถ้าทำแล้วรู้สึก "ปวดจี๊ด" ที่โคนนิ้วโป้งหรือข้อมือด้านข้างอย่างรุนแรง... มีโอกาสสูงมากที่คุณจะเป็นโรค De Quervain ครับ
แนวทางการรักษา: จากเบาไปหาหนัก
หลักการรักษาคือ "ลดการอักเสบ" และ "เปิดพื้นที่ในอุโมงค์ให้กว้างขึ้น" ครับ
1. ระยะเริ่มต้น (อาการไม่มาก)
- พักการใช้งาน: หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เจ็บ พยายามไม่กางนิ้วโป้งหรือบิดข้อมือบ่อยๆ
- ใส่เฝือกอ่อน (Thumb Spica Splint): อุปกรณ์พยุงนิ้วโป้ง ช่วยล็อกให้เส้นเอ็นได้พัก ไม่ต้องขยับเสียดสี
- ทานยา: ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม
2. การฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid Injection)
หากทานยาและใส่เฝือกแล้วไม่ดีขึ้น การฉีดยาเฉพาะจุดเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ช่วยลดการบวมของปลอกหุ้มเอ็นได้อย่างรวดเร็ว ข้อควรระวัง: ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อยเกินไป (ไม่ควรเกิน 1-2 ครั้ง) เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นเปื่อยหรือผิวหนังบริเวณนั้นด่างขาวได้
3. ทางเลือกใหม่! การรักษาด้วยคลื่นเสียงนำทาง และใช้เข็มสะกิด (Ultrasound-guided Percutaneous Needle Release)
หมออยากแนะนำครับ ในอดีตถ้าฉีดยาแล้วไม่หาย เรามักจะต้องไป "ผ่าตัด" (Open Surgery) เพื่อกรีดเปิดผิวหนังและตัดปลอกหุ้มเอ็นออก แต่ปัจจุบันเรามีเทคนิคที่ Minimal Invasive (บาดเจ็บน้อยที่สุด)
วิธีการคือ: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ความละเอียดสูง มาช่วยในการมองเห็นเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นแบบ Real-time เปรียบเสมือนมี "ตาที่สาม" หรือ GPS นำทาง ทำให้หมอเห็นตำแหน่งที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ 100%
จากนั้น หมอจะทำ 2 ขั้นตอนร่วมกันคือ:
- ฉีดยาลดอักเสบ: เข้าไปที่ปลอกหุ้มเอ็นโดยตรง (แม่นยำกว่าการฉีดแบบคลำเองมาก)
- ใช้ปลายเข็มสะกิด (Needle Release): หมอจะใช้ปลายเข็มขนาดเล็ก เข้าไป "สะกิด" หรือตัดพังผืดปลอกหุ้มเอ็นที่รัดแน่นให้คลายออก (Percutaneous Release) โดยมองผ่านจออัลตราซาวด์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้โดนเส้นเอ็นหรือเส้นประสาทสำคัญ
ข้อดีของวิธีนี้:
- แผลเล็กมาก: เท่ารูเข็ม ไม่ต้องเย็บแผล
- เจ็บน้อย: ใช้แค่ยาชาเฉพาะที่
- แม่นยำ: ลดความเสี่ยงที่จะฉีดผิดตำแหน่ง หรือไปโดนเส้นประสาท
- ฟื้นตัวไว: หลังทำสามารถขยับมือได้ทันที (แต่ยังต้องระวังการใช้งานหนัก 2-3 วันแรก) และกลับไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปิด
4. การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery)
จะพิจารณาทำในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่หาย หรือมีการอักเสบเรื้อรังจนปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวมากจริงๆ หรือมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนเกินกว่าจะใช้เข็มสะกิดได้ครับ
สรุป
อาการปวดข้อมือแบบ De Quervain แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยเรื้อรังจะรบกวนชีวิตประจำวันและการทำงานอย่างมากครับ
โชคดีที่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี Ultrasound-guided ที่ช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำสูงขึ้นมาก การใช้เข็มสะกิดร่วมกับการฉีดยา เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดใหญ่ แผลเล็ก และหายไว
อย่าทนเจ็บจนแก้วกาแฟร่วงจากมือนะครับ รีบมาตรวจ รักษาให้ตรงจุด เพื่อให้มือของเรากลับมาแข็งแรงพร้อมใช้งานได้อีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#DeQuervain #ปวดข้อมือ #ปวดโคนนิ้วโป้ง #เอ็นข้อมืออักเสบ #นิ้วล็อค #UltrasoundGuidedInjection #เข็มสะกิดรักษา #OfficeSyndrome #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ไม่ผ่าตัด
References
- Sawaizumi T, Nanno M, Nanba Y. Ultrasound-guided percutaneous release of the first extensor compartment for de Quervain's disease. J Hand Surg Eur Vol. 2019;44(8):860-864.
- Lapègue F, André A, Meyrignac O, et al. US-guided percutaneous release of the first extensor tendon compartment using a 21-gauge needle in de Quervain's disease: a prospective study of 35 cases. Eur Radiol. 2016;26(11):3946-3954.
- Rajjoub G, Brizuela N, Payvandi S, et al. Ultrasound-Guided Percutaneous Release of De Quervain's Tenosynovitis. Cureus. 2020;12(10):e11227.
- Kwon BC, Choi SJ, Koh SH, Shin DJ, Baek GH. Sonographically guided percutaneous surgical release of the first extensor compartment for de Quervain's disease. J Ultrasound Med. 2017;36(4):807-814.
- Ilyas AM, Ast M, Schaffer AA, Thoder J. De quervain tenosynovitis of the wrist. J Am Acad Orthop Surg. 2007;15(12):757-764.
Comments
Post a Comment